ทรัพย์อิงสิทธิ: สิทธิในอสังหาฯ ไทยสำหรับชาวต่างชาติ

ทรัพย์อิงสิทธิ (Sap-Ing-Sith) คือสิทธิที่ชาวต่างชาติใช้ประโยชน์ในห้องชุด บ้าน หรือที่ดินในไทยได้สูงสุด 30 ปี และขาย จำนอง หรือส่งต่อให้ทายาทได้ ผู้ทรงสิทธิใช้ประโยชน์ในทรัพย์เสมือนเป็นเจ้าของ และกรมที่ดินออกหนังสือรับรองสิทธิแยกต่างหาก ไม่จำกัดสัญชาติ บทความนี้อธิบายว่ากฎหมายปี 2562 ทำงานอย่างไร ค่าจดทะเบียนเท่าไร และควรตรวจสอบอะไรก่อนจอง

ชาวต่างชาติในไทยซื้อห้องชุดเป็นกรรมสิทธิ์ได้ในโควตาต่างชาติ แต่ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ได้ สำหรับบ้านพร้อมที่ดิน ห้องชุดที่เกินโควตา หรือการถือครองระยะยาวโดยไม่ซื้อ ทางเลือกที่พบบ่อยคือการเช่า 30 ปี แต่การเช่ามีจุดอ่อน คือเป็นสัญญาส่วนบุคคลระหว่างคู่สัญญา โอนให้ผู้อื่นไม่ได้หากเจ้าของไม่ยินยอม และโดยทั่วไปสิ้นสุดเมื่อผู้เช่าเสียชีวิต

ทรัพย์อิงสิทธิเกิดขึ้นเพื่อปิดช่องว่างเหล่านี้ พระราชบัญญัติทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ. 2562 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 และใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2562

สรุปสั้น ๆ: ทรัพย์อิงสิทธิไม่ใช่กรรมสิทธิ์ แต่เป็นสิทธิใช้ประโยชน์ที่จดทะเบียนแล้ว มีกำหนดเวลาไม่เกิน 30 ปี และตัวสิทธินั้นเป็นทรัพย์สิน ขาย จำนอง และตกทอดทางมรดกได้

ทรัพย์อิงสิทธิคืออะไร อธิบายแบบเข้าใจง่าย

กฎหมายยกสิทธิการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ขึ้นเป็นทรัพย์สินชนิดใหม่ที่มีมูลค่าในตัวเอง

วิธีแยกหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิกับโฉนดที่ดิน

เอกสารทั้งสองต่างกันที่สีของตราครุฑด้านบนของแบบพิมพ์ โฉนดที่ดิน (น.ส. 4 จ.) มีตราครุฑสีแดง ส่วนหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิมีตราครุฑสีน้ำเงิน ตัวกระดาษเป็นสีขาว สีน้ำเงินคือตราครุฑ

แบบหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิ ตราครุฑสีน้ำเงิน: แบบ ท.ส. 1 สำหรับที่ดินและบ้าน (ซ้าย) และ ท.ส. 2 สำหรับห้องชุด (ขวา)
แบบหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิ ตราครุฑสีน้ำเงิน: แบบ ท.ส. 1 สำหรับที่ดินและบ้าน (ซ้าย) และ ท.ส. 2 สำหรับห้องชุด (ขวา)
โฉนดที่ดินหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิ
สีตราครุฑแดงน้ำเงิน
แสดงสิทธิอะไรกรรมสิทธิ์สิทธิใช้ประโยชน์ในทรัพย์ของผู้อื่นตามระยะเวลา
ระยะเวลาไม่มีกำหนดเวลาไม่เกิน 30 ปี
รูปแผนที่มีรูปแผนที่และแนวเขตไม่มีรูปแผนที่ของตัวเอง อ้างอิงเลขที่โฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด
แบบเอกสารน.ส. 4 จ. สำหรับที่ดินท.ส. 1 สำหรับที่ดินหรือบ้าน ท.ส. 2 สำหรับห้องชุด

ในหนังสือรับรองระบุเลขที่ รายละเอียดของทรัพย์และโฉนด ชื่อและสัญชาติของผู้ทรงสิทธิ ระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ วันที่ออก และลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ด้านหลังเป็นสารบัญจดทะเบียนนิติกรรมเกี่ยวกับสิทธินั้น

ความต่างสำคัญ: โฉนดครุฑแดงบอกว่า "ทรัพย์นี้เป็นของเจ้าของตามที่ระบุ" ส่วนหนังสือรับรองทรัพย์อิงสิทธิครุฑน้ำเงินบอกว่า "ผู้ทรงสิทธิใช้ประโยชน์ในทรัพย์ได้จนถึงวันที่กำหนด และเจ้าของคือผู้มีชื่อในโฉนด"

อย่าสับสนทรัพย์อิงสิทธิกับ ส.ป.ก. 4-01 ซึ่งมักเรียกกันว่าเอกสารที่ดิน "ครุฑน้ำเงิน" เช่นกัน ส.ป.ก. 4-01 ออกให้สำหรับที่ดินเกษตรกรรมในเขตปฏิรูปที่ดิน ซื้อขายไม่ได้ และไม่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติทรัพย์อิงสิทธิ สีของตราครุฑช่วยให้ดูเบื้องต้นได้เร็ว แต่ความถูกต้องและภาระผูกพันต้องตรวจสอบจากเลขที่เอกสารที่กรมที่ดินเสมอ

สิทธิของผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิ

ตามมาตรา 11 ผู้ทรงทรัพย์อิงสิทธิมีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดในอสังหาริมทรัพย์เสมือนเป็นเจ้าของ ยกเว้นสิทธิ 2 ประการที่ยังเป็นของเจ้าของ คือสิทธิติดตามเอาคืนจากผู้ไม่มีสิทธิยึดถือ และสิทธิขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องโดยมิชอบ ซึ่งผู้ทรงสิทธิต้องแจ้งเหตุให้เจ้าของทราบโดยพลัน

การใช้ประโยชน์ต้องเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่ระบุในหนังสือรับรอง (มาตรา 10) หากหนังสือรับรองและสัญญากับเจ้าของไม่ได้จำกัดไว้ ในทางปฏิบัติหมายความว่า

นิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับสิทธิ ไม่ว่าจะขาย จำนอง หรือโอน ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนที่กรมที่ดิน และกรมที่ดินจะแจ้งให้เจ้าของทราบ

เงื่อนไขการใช้ประโยชน์เขียนไว้ในหนังสือรับรอง ก่อนจองจึงควรอ่านทั้งสัญญาและตัวหนังสือรับรอง หากมีการจำกัดการปล่อยเช่าหรือการดัดแปลง ข้อจำกัดนั้นมีผลบังคับ

ทรัพย์อิงสิทธิต่างจากการเช่าอย่างไร

การเช่า 30 ปีทรัพย์อิงสิทธิ
ลักษณะสัญญาส่วนบุคคลสิทธิที่จดทะเบียนเป็นทรัพย์สิน
โอนหรือให้เช่าช่วงต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของไม่ต้องขอความยินยอม หากหนังสือรับรองไม่จำกัด
ดัดแปลงหรือต่อเติมต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของไม่ต้องขอความยินยอม ภายใต้กฎหมายและข้อตกลง
จำนองกับธนาคารโดยทั่วไปธนาคารไม่รับกฎหมายอนุญาต ธนาคารเป็นผู้พิจารณา
มรดกโดยทั่วไปสิ้นสุดเมื่อผู้เช่าเสียชีวิตตกทอดแก่ทายาท
เอกสารบันทึกการเช่าในโฉนดหนังสือรับรองแยก + บันทึกในโฉนด
ค่าจดทะเบียน1% ของค่าเช่าตลอดสัญญา + อากรแสตมป์ 0.1%ก่อตั้ง 20,000 บาท และหนังสือรับรอง 10,000 บาท โอน 2% ของราคาที่แจ้ง

นอกจากการเช่าและทรัพย์อิงสิทธิ ชาวต่างชาติยังถือสิทธิเหนือพื้นดินได้ คือสิทธิเป็นเจ้าของบ้านบนที่ดินของผู้อื่น มีกำหนดไม่เกิน 30 ปีหรือตลอดชีวิต มักจดทะเบียนคู่กับการเช่าที่ดิน ทางเลือกใดเหมาะสม ขึ้นอยู่กับทรัพย์และสิ่งที่เจ้าของยินยอม

ทรัพย์อิงสิทธิกับโควตาต่างชาติในอาคารชุด

ตามพระราชบัญญัติอาคารชุด ชาวต่างชาติรวมกันถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้ไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคาร ทรัพย์อิงสิทธิไม่ใช่กรรมสิทธิ์ ดังนั้นตามคำอธิบายของนักกฎหมาย จึงก่อตั้งสิทธิในห้องชุดให้ชาวต่างชาติได้แม้โควตาต่างชาติของอาคารเต็มแล้ว โควตาคำนวณจากเจ้าของห้องชุด และใช้กับผู้ที่มีชื่อในหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดตามปกติ

การที่บริษัทไทยหรือคนรู้จักถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดไว้ในนาม แต่ความจริงถือแทนชาวต่างชาติ คือการถือแทน (นอมินี) ซึ่งพระราชบัญญัติอาคารชุดมีโทษถึงขั้นอาญา ทรัพย์อิงสิทธิจะถูกต้องตามกฎหมายก็ต่อเมื่อเจ้าของเป็นเจ้าของจริง ไม่ใช่ผู้ถือแทน

สำหรับห้องชุดในโควตาต่างชาติ กรรมสิทธิ์พร้อมหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดมั่นคงกว่า เพราะไม่มีกำหนดเวลา ทรัพย์อิงสิทธิเหมาะเมื่อโควตาเต็ม หรือเมื่อเป็นบ้านพร้อมที่ดิน อ่านเพิ่มเติมเรื่องรูปแบบการถือครองได้ในบทความ Foreign Freehold, Thai Freehold และ Leasehold

ขั้นตอนการจดทะเบียนทรัพย์อิงสิทธิ

ทำ 2 ขั้นตอน ทั้งสองขั้นตอนที่สำนักงานที่ดินที่ทรัพย์ตั้งอยู่ และแต่ละขั้นตอนมีค่าธรรมเนียมของตัวเอง

  1. ก่อตั้งสิทธิ เจ้าของยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและระยะเวลา จดทะเบียนในโฉนดและออกหนังสือรับรอง แบบ ท.ส.1 สำหรับที่ดินและบ้าน แบบ ท.ส.2 สำหรับห้องชุด หากทรัพย์ติดจำนองหรือมีสิทธิอื่นจดทะเบียนอยู่แล้ว เช่น การเช่าหรือภาระจำยอม ต้องมีหนังสือยินยอมจากธนาคารหรือผู้มีสิทธินั้น
  2. โอนสิทธิให้ผู้ซื้อ คู่สัญญาทำสัญญาโอนทรัพย์อิงสิทธิ (แบบ ท.ส.5) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบนิติกรรมและจดทะเบียนชื่อผู้ซื้อไว้ด้านหลังหนังสือรับรอง

หลังจดทะเบียน เจ้าของจะก่อตั้งทรัพยสิทธิอื่นในทรัพย์นั้นไม่ได้ หากไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ทรงสิทธิ แต่เจ้าของยังขายหรือจำนองทรัพย์ได้ โดยทรัพย์อิงสิทธิยังคงบันทึกอยู่ในโฉนดและเป็นของผู้ทรงสิทธิต่อไป

ทรัพย์ที่ยังก่อสร้างอยู่: ก่อตั้งทรัพย์อิงสิทธิได้เฉพาะทรัพย์ที่มีโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดแล้ว ระหว่างก่อสร้างยังไม่มีเอกสารนี้ ก่อนโอนผู้ซื้อจึงมีเพียงสัญญาที่ผู้พัฒนาโครงการสัญญาว่าจะจดทะเบียนสิทธิให้ สิทธิจะเป็นสิทธิที่จดทะเบียนแล้วหลังอาคารแล้วเสร็จและจดทะเบียนที่กรมที่ดิน

ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน

ค่าธรรมเนียมกรมที่ดินตามคำอธิบายของนักกฎหมาย ณ เดือนตุลาคม 2569

รายการค่าธรรมเนียม
จดทะเบียนก่อตั้งสิทธิ20,000 บาทต่อแปลงหรือต่อห้องชุด
ออกหนังสือรับรอง10,000 บาทต่อฉบับ
โอนโดยมีค่าตอบแทน2% ของราคาที่แจ้ง
โอนทางมรดกอัตราตรวจสอบกับนักกฎหมายเป็นรายกรณี
โอนที่ไม่มีทุนทรัพย์1,000 บาทต่อการจดทะเบียน
ค่าคำขอ200 บาท
หนังสือมอบอำนาจ กรณีไม่มาด้วยตนเอง500 บาท

ตัวอย่าง: ขายทรัพย์อิงสิทธิในห้องชุดราคา 5,000,000 บาท ค่าก่อตั้งสิทธิ 20,000 บาท หนังสือรับรอง 10,000 บาท และค่าโอนให้ผู้ซื้อ 2% คือ 100,000 บาท รวมค่าธรรมเนียมประมาณ 130,000 บาท ไม่รวมค่าคำขอเล็กน้อย

ใครเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่ายใด คู่สัญญากำหนดไว้ในสัญญา ภาษีของแต่ละธุรกรรม เราคำนวณร่วมกับนักกฎหมายก่อนการจอง

เมื่อครบ 30 ปีจะเป็นอย่างไร

สิทธิสิ้นสุดในวันสุดท้ายของระยะเวลา และผู้ทรงสิทธิส่งมอบทรัพย์คืนแก่เจ้าของตามสภาพที่เป็นอยู่ในเวลานั้น หากมีการสร้างหรือดัดแปลงบ้านบนที่ดิน บ้านจะตกเป็นของเจ้าของที่ดิน เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น หลักนี้ไม่ใช้กับห้องชุด

ทรัพย์อิงสิทธิต่ออายุแบบสัญญาเช่าไม่ได้ ทำได้เพียงทำสัญญาใหม่กับเจ้าของและจดทะเบียนก่อตั้งสิทธิใหม่อีกไม่เกิน 30 ปี ดังนั้น

ยกเลิกสิทธิก่อนครบกำหนดได้เฉพาะเจ้าของที่เป็นผู้ทรงสิทธิเอง และต้องไม่กระทบสิทธิของบุคคลภายนอกที่ได้สิทธิโดยเสียค่าตอบแทนและสุจริต และจดทะเบียนโดยสุจริตแล้ว เช่น ผู้ซื้อหรือธนาคาร

กฎหมาย 99 ปี: มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ในปี 2568 กรมที่ดินเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแก้ไขกฎหมาย รวมถึงระยะเวลาไม่เกิน 99 ปีสำหรับทรัพย์ของหน่วยงานรัฐ ณ เดือนตุลาคม 2569 ร่างดังกล่าวยังไม่ผ่าน และใช้บังคับฉบับปี 2562 คือจดทะเบียนได้ครั้งละไม่เกิน 30 ปี หากกฎหมายเปลี่ยน เราจะปรับปรุงบทความนี้

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อทรัพย์อิงสิทธิ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทรัพย์อิงสิทธิ

ชาวต่างชาติถือทรัพย์อิงสิทธิได้หรือไม่

ได้ กฎหมายไม่จำกัดสัญชาติของผู้ทรงสิทธิ จดทะเบียนในชื่อชาวต่างชาติได้โดยตรง

ทรัพย์อิงสิทธิเป็นกรรมสิทธิ์หรือไม่

ไม่ใช่ เป็นสิทธิใช้ประโยชน์ที่จดทะเบียน มีกำหนดเวลาไม่เกิน 30 ปี เจ้าของทรัพย์ยังคงเป็นผู้ที่มีชื่อในโฉนด

ทรัพย์อิงสิทธิต่างจาก leasehold อย่างไร

Leasehold คือการเช่า เป็นสัญญาส่วนบุคคลที่โอนไม่ได้หากเจ้าของไม่ยินยอม และโดยทั่วไปสิ้นสุดเมื่อผู้เช่าเสียชีวิต ทรัพย์อิงสิทธิเป็นสิทธิที่จดทะเบียนเป็นทรัพย์สินพร้อมหนังสือรับรองแยก ขาย จำนอง และตกทอดแก่ทายาทได้

ขายทรัพย์อิงสิทธิได้หรือไม่

ได้ ทุกเมื่อในระหว่างระยะเวลา โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากเจ้าของ หากหนังสือรับรองไม่จำกัดการโอน จดทะเบียนที่กรมที่ดิน ค่าธรรมเนียม 2% ของราคาที่แจ้ง

ถ้าเจ้าของขายทรัพย์ สิทธิจะเป็นอย่างไร

สิทธิยังคงอยู่ เพราะบันทึกไว้ในโฉนด เจ้าของใหม่ได้รับทรัพย์พร้อมทรัพย์อิงสิทธินั้น

ทำทรัพย์อิงสิทธิ 90 ปีได้หรือไม่

ไม่ได้ กฎหมายให้จดทะเบียนได้ครั้งละไม่เกิน 30 ปี ระยะเวลาใหม่ต้องจดทะเบียนใหม่โดยความตกลงของเจ้าของ

ทรัพย์อิงสิทธิตกทอดทางมรดกได้หรือไม่

ได้ สิทธิไม่สิ้นสุดเมื่อผู้ทรงสิทธิเสียชีวิต และตกทอดแก่ทายาทจนครบระยะเวลา

ทรัพย์อิงสิทธิ: สรุป

ทรัพย์อิงสิทธิเป็นหนึ่งในรูปแบบการถือครองระยะยาวที่มั่นคงที่สุดสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้ซื้อที่ดิน มั่นคงกว่าการเช่า เพราะสิทธิจดทะเบียนแล้ว ขาย จำนอง และส่งต่อให้ครอบครัวได้ แต่ไม่ใช่กรรมสิทธิ์และไม่ใช่การถือครองตลอดไป ระยะเวลาจำกัดที่ 30 ปี และระยะเวลาใหม่ขึ้นอยู่กับเจ้าของ

หากมีผู้เสนอขายทรัพย์ในรูปแบบทรัพย์อิงสิทธิ ส่งเอกสารมาให้เรา เราจะตรวจโฉนด หนังสือรับรอง ระยะเวลา และสัญญาก่อนที่คุณจะวางเงินจอง ดูทรัพย์ที่พร้อมขายได้ในรายการโครงการใหม่ในพัทยา

ดูเพิ่มเติม

แหล่งข้อมูล

บล็อกนี้เขียนโดย Anna — AI ไกด์ของ Realty 51 ทีมงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกับแหล่งข้อมูลสาธารณะ แต่อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ โปรดสอบถามรายละเอียดกับเรา การตัดสินใจซื้อ เช่า หรือย้ายถิ่นฐาน ควรอ้างอิงเอกสารของทรัพย์นั้นและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ